Wikipedia

ผลการค้นหา

วันอังคารที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2559

สมาชิกกลุ่ม

ANGEL TEAM



ASSIGNMENT 5

รายชื่อสมาชิก Sec.04

1) นาย  จารุเวศ  ปาต๊ะ                    รหัสนักศึกษา 58143402
2)  นาย ทิวากร ชิวปรีชา                  รหัสนักศึกษา 58143403
3) นางสาว  อนงค์ลักษณ์ วงค์อ้าย  รหัสนักศึกษา 58143414
4) นางสาว  จุฑามาศ   ไชยวงศ์      รหัสนักศึกษา 58143416
5) นางสาว เมทิกา   มีบุญ               รหัสนักศึกษา 58143424
6) นาย  ศิวดล   เตปิน                     รหัสนักศึกษา 58143427

นำเสนอ

อาจาร์ย ดร.ภัทราพร  พรหมคำตัน

รายวิชา การสื่อสารข้อมูลและเครือข่าย
ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2559
มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงใหม่

Protocal Other

PROTOCAL อื่นๆ  
1)    โพรโทคอล H.323     การสื่อสารแบบแพ็กเกตสวิท (Packet Switched Network) ใช้ โพรโทคอล H.323สำหรับการส่งข้อมูลทุกชนิด แบบเรียลไทม์ (Real-Time) การสื่อสารแบบนี้จะส่งข้อมูลจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งโดยแบ่งข้อมูลออกเป็นส่วนเล็ก ๆ เรียกว่า แพ็กเกต เพื่อส่งไปยัง เป้าหมายตามสายสื่อสารที่เร็วที่สุดโพรโทคอลนี้ได้รับการรับรองมาตรฐานโดย ITU เมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. 2539 ช่วยให้สามารถส่งข้อมูลเสียง ภาพ หรือนำมาใช้ในการประชุมทางไกลอิเล็กทรอนิกส์ได้ที่มาของข้อมูล http://catzagang.blogspot.com/2010/01/1.html
  
2)    โพรโทคอล X.25      คณะกรรมการ CCITT (Consultative Committee for International Telegraph and Telephone) ได้พัฒนาโพรโทคอลมาตรฐานขึ้นมาเพื่อใช้ในการสื่อสารระหว่างประเทศ ผ่านระบบเครือข่ายที่ใช้แพ็กเกตสวิทชิ่ง เรียกว่า โพรโทคอล X.25 ระบบเครือข่ายที่ใช้แพ็กเกตสวิตชิ่ง (Packet-switching Network or Packet Distribution Network) จะแบ่งข้อมูลออกเป็นส่วนเล็ก ๆ คือ แพ็กเกต เพื่อส่งออกทางสายสื่อสารความเร็วสูงไปยังผู้รับ     ที่มาของข้อมูล http://catzagang.blogspot.com/2010/01/1.html
 
3)   Internet Group Management Protocol (IGMP)    เป็นโปรโตคอลอินเตอร์เน็ตที่ให้วิธีการสำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์อินเตอร์เน็ตรายงานสมาชิกกลุ่ม multicast ของตัวเองกับ router ที่อยู่ใกล้ multicast ยอมให้คอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งบนอินเตอร์เน็ตส่งเนื้อหาไปยังคอมพิวเตอร์หลายเครื่องที่มีการระบุตัวเองสนใจรับเนื้อหาจากเครื่องคอมพิวเตอร์ต้นทาง multicast สามารถได้รับการใช้สำหรับการประยุกต์เพื่อปรับปรุงสมุดโทรศัพท์ของผู้ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์เคลื่อนที่ในภาคสนาม ส่งออกจดหมายข่าวของบริษัทไปยังรายชื่อการประจาย และ “กระจายเสียง”     การใช้แบบจำลองการสื่อสาร Open Systems Interconnection (OSI) IGMP เป็นส่วนของเลเยอร์เครือข่าย(Network  layer)      ที่มาของข้อมูล : http://www.widebase.net/knowledge/itterm/it_term_desc.phpterm_id=InternetGroupManagementProtocol&term_group=I

 4)  โปรโตคอล AppleTalk    เพื่อใช้เชื่อมโยงเครือข่ายของเครื่องแบบแมคอินทอช และสามารแชร์กับอุปกรณ์ต่างๆนอกจากนี้ยังขยายไปสู่การเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายของเซิร์ฟเวอร์,เครื่องพิมพ์, Gateway และ Router ของผู้ผลิตรายอื่นๆด้วย      ที่มาของข้อมูล : http://catzagang.blogspot.com/2010/01/1.html


5) โปรโตคอล HDLC


    โปรโตคอล HDLC ย่อมาจาก High-level Data Link Control ซึ่งมีการกำหนดมาตราฐานจากกลุ่มมาตราฐาน ISO ซึ่ง HDLC นั้นได้ถูกพัฒนามาจากโปรโตคอล SDLC ของ IBM ซึ่งโปรโตคอลนี้มีใช้งานกันอย่างกว้างขวาง โปรโตคอล HDLC นั้นจะส่งข้อมูลด้วยความเร็วสูงด้วยการเชื่อมต่อแบบ จุดต่อจุด หรือการเชื่อมต่อแบบหลายจุดพร้อมกัน แน่นอนว่าโปรโตคอลแบบ HDLC ยังรอบรับการรับส่งข้อมูลแบบ Half Duplex Full Duplex และแบบบิต (Bit-Oriented) ซึ่งการรับส่งข้อมูลทั้ง 3 แบบนี้จะใช้การเชื่อมต่อแบบซิงโคนัส (Synchronous Transmission) โดยการส่งข้อมูลแบบนี้จะเป็นการส่งข้อมูลที่ต่อเนื่องและเป็นจังหวะ การส่งข้อมูลแบบซิงโคนัสนั้นจะมีข้อดีอยู่ตรงที่ข้อมูลที่ส่งไปยังปลายทางที่ได้รับจะมีความแน่นอนและคมชัดแม้ว่าอุปกรณ์ที่รับข้อมูลจะไม่พร้อมก็ตาม เพราะการส่งข้อมูลแบบนี้จะใช้การนับบิตที่เข้ามาให้ตรงกับที่ส่งออกมานั้นเอง

ที่มาข้อมูล : http://www.comgeeks.net/hdlc/

6) โปรโตคอล NetBEUI

      โปรโตคอล NetBEUI หรือ NetBIOS Enhanced User Interface นั้น เป็นโปรโตคอลที่ไม่มี ส่วนในการระบุเส้นทางส่งผ่านข้อมูล (Non-routable Protocol)โดยจะใช้วิธีการ Broadcast ข้อมูลอกไปในเครือข่าย และหากใครเป็นผู้รับที่ถูกต้องก็จะนำข้อมูลที่ได้รับไปประมวลผล ข้อจำกัดของโปรโตคอลประเภทนี้ก็คือไม่สามารถทำการ Broadcast ข้อมูลข้ามไปยัง Physical Segment อื่นๆที่ไม่ใช่ Segment เดียวกันได้ เป็นการแบ่งส่วนของเครือข่ายออกจากกันทางกายภาพ หากต้องการเชื่อมต่อเครือข่ายถึงกันจะต้องใช้อุปกรณ์อย่างเช่น Router มาทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างเครือข่าย
     เนื่องมาจากอุปกรณ์บางอย่างเช่น Router ไม่สามารถจะ Broadcast ข้อมูลต่อไปยังเครือข่ายอื่นๆได้ เพราะถ้าหากยอมให้ทำเช่นนั้นได้ จะทำให้การสื่อสารระหว่างเครือข่ายคับคั่งไปด้วยข้อมูลที่เกิดจากการ Broadcast จนเครือข่ายต่างๆไม่สามารถที่จะสื่อสารกันต่อไปได้ โปรโตคอล NetBEUI จึงเหมาะที่จะใช้งานบนเครือข่ายขนาดเล็กที่มีจำนวนเครื่องคอมพิวเตอร์ไม่เกิน 50 เครื่องเท่านั้น NetBEUI เป็นหนึ่งในสองทางเลือกสำหรับผู้ใช้งาน NetBIOS( Network Basic Input Output System ) ซึ่งสามารถทำงานได้ทั้งบนโปรโตคอล TCP/IP และ NetBUEI
ที่มาของข้อมูล : http://wich246.tripod.com/protocol.htm


ICMP (Internet Control Message Protocol

ICMP (INTERNET CONTROL MESSAGE PROTOCOL) 

      ICMP คือ การแจ้งหรือแสดงข้อความจากระบบ เพื่อบอกให้ผู้ใช้ ทราบว่า เกิดอะไรขึ้นในการส่งผ่านข้อมูลนั้น ซึ่งปัญหาส่วนมากที่พบคือ ส่งไปไม่ได้ หรือปลายทางรับข้อมูลไม่ได้ เป็นต้น นอกจากนี้ โปรโตคอล ICMP ยังถูกเรียกใช้งานจากเครื่อง Server และ Router อีกด้วย เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ใช้ควบคุม ส่วนรูปแบบการทำงานของโปรโตคอล ICMP นั้นจะทำควบคู่กับโปรโตคอล IP ในระบบเดียวกัน และข้อความต่าง ๆ ที่แจ้งให้ทราบจะถูกผนึกอยู่ภายในข้อมูล IP ( IP datagram) อีกทีหนึ่ง ข้อความที่โปรโตคอล ICMP ส่งนั้น แบ่งออกได้เป็น แบบ คือ ICMP Error Message หรือข้อความแจ้งข้อผิดพลาด และ ICMP Query หรือข้อความเรียกขอข้อมูลเพิ่ม       โปรโตคอล ICMP จึงกลายมาเป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งในการช่วยทดสอบเครือข่าย เช่น คำสั่ง Ping ที่เรามักใช้ทดสอบว่าเครื่อง Server ที่ให้บริการหรืออุปกรณ์ที่ต่ออยู่ในเครือข่ายอินเตอร็เน็ตนั้นยังทำงานเป็นปกติหรือไม่ แล้วคำสั่ง Ping มีการเรียกใช้งานโปรโตคอล ICMP แจ้งเป็นข้อความให้ทราบอีกด้วยต่อหนึ่ง

ที่มาของข้อมูล : http://amaneamisa.siam2web.com//?cid=1084628

RARP (Reverse Address Resolution Protocol)

RARP (REVERSE ADDRESS RESOLUTION PROTOCOL)

 RARP เป็นโปรโตคอล ซึ่งเครื่องทางกายภาพ ในเครือข่าย LAN สามารถขอเรียนรู้ IP Address จากเครื่องแม่ข่าย gateway หรือตาราง Address Resolution Protocol ผู้บริหารเครือข่ายสร้างตารางใน gateway router ของเครือข่าย LAN ที่ใช้จับคู่ address ของเครื่องทางกายภาพ (หรือ Media Access Control address) ที่ตรงกับ Internet Protocol address เมื่อมีการติดตั้งเครื่องใหม่ โปรแกรมลูกข่ายของ RARP จะขอ RARP server จาก routerให้ส่ง IP address มาให้ สมมติว่ามีการตั้งค่าในตาราง router แล้ว RARP server จะส่งกลับ IP address ไปที่เครื่องซึ่งจะเก็บไว้สำหรับการใช้ต่อไปRARP มีให้กับเครือข่าย LAN แบบ Ethernet, Fiber Distributed-Data Interface และ Token ring


ที่มาของข้อมูล : http://pramnaja.blogspot.com/2007/12/blog-post_06.html



IMAP (Internet Message Access Protocol)

IMAP (INTERNET MESSAGE ACCESS PROTOCOL)

MAP (Internet Message Access Protocol) จะมีการทำงานในแบบที่เรียกว่า Online Model คือ การจัดการและการprocess email ทั้งหมดจะถูกจัดการที่ server เพียงอย่างเดียว client มีหน้าที่เพียงแค่อ่าน email หรือส่งคำสั่งไป process email บน server เท่านั้น ลักษณะนี้มีข้อดีก็คือท่านสามารถอ่าน email จากที่ใดก็ได้ เนื่องจาก email จะถูกเก็บอยู่ใน Server เสมอ และจะมีสถานะบอกด้วยว่า email ฉบับใดมาใหม่ ฉบับใดมีการอ่านหรือตอบกลับไปแล้ว แต่ข้อเสียก็คือ server จะต้องเป็นเครื่องที่มีประสิทธิภาพสูง และในระหว่างการอ่านหรือ process email เครื่อง client จะต้องเชื่อมต่อกับ server ตลอดเวลา ดังนั้นจึงทำงานได้ช้ากว่าแบบ pop อย่างไรก็ดี ณ ปัจจุบัน มีผู้ใช้ Smart Phone หรือ Tablet มากมาย จึงเหมาะมากกับการใช้งานในลักษณะของ IMAP 

DHCP (Dynamic Host Configuration Protocol)

DHCP (DYNAMIC HOST CONFIGURATION PROTOCOL) 

DHCP (Dynamic Host Configuration Protocol) มีหน้าที่คอยจัดการและแจกจ่ายเลขหมายไอพีให้กับลูกข่ายที่มาเชื่อมต่อกับแม่ข่ายไม่ให้หมายเลขไอพีของลูกข่ายมีการซ้ำกันอย่างเด็ดขาด อาทิ เครื่องคอมพิวเตอร์ตัวหนึ่งได้ทำการเชื่อมต่อกับ DHCP Server เครื่องเซฟเวอร์ก็จะให้ หมายเลขไอพีกับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มาทำการต่อเชื่อมแบบอัตโนมัติ ซึ่งไม่ว่าจะมีเครื่องคอมพิวเตอร์เชื่อมต่อมากเท่าไร DHCP Server ก็จะออกเลยหมายไอพีให้คอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องไม่ซ้ำกันทำให้เครือข่ายนั้นไม่เกิดปัญหาในการใช้งาน



ที่มาข้อมูล : http://www.xn--12cg1cxchd0a2gzc1c5d5a.net/dhcp/

TCP/IP (Transmission Contrl Protocal / Internet Protocal

TCP/IP (TRANSMISSION CONTRL PROTOCAL / INTERNET PROTOCAL) 

TCP/IP (Transmitsion Control Protocol/Internet Protocol) หมายถึงมาตราฐานการสื่อสารและส่งข้อมูลผ่าน Internet ซึ่งเป็นที่นิยมมากที่สุดในปัจจุบัน เป็นชุดของโปรโตคอลที่ถูกใช้ในการสื่อสารผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้สามารถใช้สื่อสารจากต้นทางข้ามเครือข่ายไปยังปลายทางได้ และสามารถหาเส้นทางที่จะส่งข้อมูลไปได้เองโดยอัตโนมัติ ถึงแม้ว่าในระหว่างทางอาจจะผ่านเครือข่ายที่มีปัญหา โปรโตคอลก็ยังคงหาเส้นทางอื่นในการส่งผ่านข้อมูลไปให้ถึงปลายทางได้

- Transmission Control Protocal (TCP) ทำหน้าที่ในการแยกข้อมูลเป็นส่วน ๆ หรือที่เรียกว่า Package ส่งออกไป ส่วน TCP ปลายทาง ก็จะทำการรวบรวมข้อมูลแต่ละส่วนเข้าด้วยกัน เพื่อนำไปประมวลผลต่อไป โดยระหว่างการรับส่งข้อมูลนั้นก็จะมีการตรวจสอบความถูกต้องของ ข้อมูลด้วย ถ้าเกิดผิดพลาด TCP ปลายทางก็จะขอไปยัง TCP ต้นทางให้ส่งข้อมูลมาใหม่
- Internet Protocal (IP) ทำหน้าที่ในการจัดส่งข้อมูลจากเครื่องต้นทางไปยังเครื่องปลายทางโดยอาศัย IP Address

ที่มารูป :


IP (Internet Protocol)

IP (INTERNET PROTOCOL)

 IP เป็นโปรโตคอลในระดับเน็ตเวิร์คเลเยอร์ ทำหน้าที่จัดการเกี่ยวกับแอดเดรสและข้อมูล และควบคุมการส่งข้อมูลบางอย่างที่ใช้ในการหาเส้นทางของแพ็กเก็ต ซึ่งกลไกในการหาเส้นทางของ IP
จะมีความสามารถในการหาเส้นทางที่ดีที่สุด และสามารถเปลี่ยนแปลงเส้นทางได้ในระหว่างการส่งข้อมูล และมีระบบการแยกและประกอบดาต้าแกรม (datagram) เพื่อรองรับการส่งข้อมูลระดับ data link ที่มีขนาด MTU (Maximum Transmission Unit)
ทีแตกต่างกัน ทำให้สามารถนำ IP ไปใช้บนโปรโตคอลอื่นได้หลากหลาย เช่น Ethernet ,Token Ring หรือ Apple Talk

ที่มา http://com.d-ja.com

FTP (File Transfer Protocol)

FTP (FILE TRANSFER PROTOCOL) 

File Transfer Protocol คือ โปรโตคอลเครือข่ายชนิดหนึ่ง ถูกนำใช้ในการถ่ายโอนไฟล์ ระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ อย่างการถ่ายโอนไฟล์ระหว่าง ไคลเอนต์ (client) กับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เป็นแม่ข่าย เรียกว่า โฮสติง (hosting) หรือเซิร์ฟเวอร์ ซึ่งทำให้การถ่ายโอนไฟล์ง่ายและปลอดภัยในการแลกเปลี่ยนไฟล์ผ่านอินเตอร์เน็ต การใช้ FTP ที่พบบ่อยสุด ก็เช่น การดาวน์โหลดไฟล์จากอินเทอร์เน็ต ความสามารถในการถ่ายโอนไฟล์การเข้าใช้งานผู้ใช้จะต้องแนะนำตนเองต่อเซิร์ฟเวอร์ด้วยชื่อผู้ใช้และรหัส ผ่าน จากนั้นจะแสดงชื่อโฟล์เดอร์และชื่อไฟล์ที่มีอยู่ออกมา ความสามารถของ FTP ทำให้ไคลเอนต์โอนย้ายไฟล์ ระหว่างไคลเอนต์ และ FTP Server ได้ รวมทั้งระหว่างเครื่องสองเครื่องที่อยู่ห่างไกลกัน

ที่มา http://com.d-ja.com  http://th.easyhostdomain.com   http://simplemachines.in.th 

SMTP (simple mail transfer protocol)

SMTP (SIMPLE MAIL TRANSFER PROTOCOL)

  คือ Protocol  แบบ TCP/IP ที่ใช้ในการส่ง E-Mail ในเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ไปยังเครื่องบริการอื่น ๆ ซี่งสามารถส่งเมล์ไปยังผู้ใช้ได้ทั่วโลก มีข้อจำกัดในเรื่องของความสามารถในการส่ง e-mail ว่ามันสามารถทำได้แบบเป็นคิวเท่านั้น และ SMTP ส่วนใหญ่จะไม่ยอมให้คนนอกองค์กร หรือ IP ที่อยู่นอกองค์กรใช้งาน SMTP


ที่มาของข้อมูล :

POP3 (post office protocol 3)

POP3 (POST OFFICE PROTOCOL 3)

         เป็น Protocol มาตรฐานที่ใช้งานในการคัดลอกข้อมูล E-mail message ทั้งหมดจาก อีเมลล์เซิร์ฟเวอร์มายังเครื่องที่ทำการเชื่อมต่อโดยจะทำการอัพเดทเฉพาะข้อมูลใหม่ที่พบในอีเมลล์เซิร์ฟเวอร์เท่านั้น และเมื่อดึงข้อมูลมาแล้วโปรแกรม Mail Client มักจะลบข้อมูลในMailbox server ด้วยดังภาพ




HTTPS (hypertext transfer protocol over secure socket layer)

HTTPS (HYPERTEXT TRANSFER PROTOCOL OVER SECURE SOCKET LAYER)

             https เป็นการทำงานเหมือนกับ HTTP ธรรมดาแต่จะเพิ่มความปลอดภัยในการรับส่งข้อมูลให้กับเรามากขึ้นในขณะที่เราทำธุรกรรมออนไลน์ เพราะ https จะช่วยปกป้องข้อมูลสำคัญที่ส่งออกจากคอมพิวเตอร์ของเราผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเข้าไปยังเซิร์ฟเวอร์ของหน้า ร้านออนไลน์ ทำให้อาชญากรคอมพิวเตอร์ไม่สามารถนำข้อมูลไปใช้งานได้ แต่สำหรับเว็บไซต์ส่วนใหญ่ที่ใช้ http อาชญากรคอมพิวเตอร์จะสามารถขโมยข้อมูลที่ถูกส่งจากคอมพิวเตอร์ของเราไปยังเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ (เซิร์ฟเวอร์ของหน้าร้านออนไลน์) ได้อย่างง่ายดาย
มีรูปแบบดังนี้1. การใช้งาน URL จะเข้าต้นด้วย https://  ตามด้วยชื่อของเว็ปไซต์ 2. ทำงานที่พอร์ต(port) 443 (มาตรฐาน)3.ส่งข้อมูลเป็นแบบ Cipher text คือ มีการเข้ารหัสข้อมูลในระหว่างการส่ง(Encryption) สามารถถูกดักจับได้  แต่อ่านข้อมูลนั้นไม่รู้เรื่อง 4.มีการทำ Authentication เพื่อตรวจสอบยืนยันระบุตัวตน

HTTP (hypertext transfer protocol)

HTTP (HYPERTEXT TRANSFER PROTOCOL)

           คือ โพรโทคอลสื่อสารสำหรับการแลกเปลี่ยนสารสนเทศผ่านอินเทอร์เน็ต โดยหลักแล้วใช้ในการรับเอกสารข้อความหลายมิติที่นำไปสู่การเชื่อมต่อกับ World Wide Web(WWW )จะใช้เมื่อเรียกโปรแกรมweb browserเช่น Firefox, Google Chrome, Safari,Opera และ IE Microsoft Internet Explorer เรียกดูข้อมูลหรือเว็บเพจ โปรแกรมบราวเซอร์ดังกล่าวจะใช้โปรโตคอล HTTP ซึ่งโปรโตคอลนี้ทำให้เซิร์ฟเวอร์ส่งข้อมูลมาให้บราวเซอร์ตามต้องการ และบราวเซอร์จะนำข้อมูลมาแสดงผลบนจอภาพได้อย่างถูกต้อง

ที่มาของข้อมูล : http://na5cent.blogspot.com/2012/04/https.html

Protocol Application Layer

PROTOCOL APPLICATION LAYER

โปรโตคอล ที่ทำงานและให้บริการก็มี อย่างเช่น    HTTP ( HyperText Transfer Protocol ) HTTP ใช้ในการติดต่อรับส่งข้อมูลชนิดไฮเปอร์เท็กซ์(Hypertext) ระหว่างเครื่องลูกข่ายกับ WWW Server (World Wide Web) โดยที่เอกสารนี้จะอยู่ในรูปแบบที่เขียนในภาษา HTML (HyperText Markup Language) เอกสารแต่ละชิ้น จะสามารถเชื่อมโยงไปยังเอกสารชิ้นอื่นได้ ซึ่งเอกสารที่ถูกเชื่อมโยงนี้ อาจจะอยู่บนเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องเดียวกัน หรือต่างเครื่องกันก็ได้     FTP ( File Transfer Protocol ) FTP ใช้ในการรับ-ส่งแฟ้มข้อมูลระหว่างเครื่องลูกข่ายและเครื่อง Server โดยที่เครื่องServer จะต้องมีโปรแกรมให้บริการ FTP (FTP Server) ติดตั้งและทำงานอยู่ เพื่อให้เครื่องลูกข่ายที่รันโปรแกรม FTP Client สามารถเข้ามาขอใช้บริการได้    Protocol DNS ( Domain Name System ) ที่ทำหน้าที่แปลงข้อมูลชื่อ Domain Name หรือ ชื่อเว็บไซท์ ทั้งหลายให้เป็นหมายเลย IP Address   Protocol UDP ทำหน้าที่นำส่งข้อมูลจากโปรโตคอลประยุกต์ไปยังไอพี ข้อมูลรวบรวมยูดีพีเฮดเดอร์เรียกว่า ยูดีพีดาต้าแกรม หรือ ยูสเซอร์ดาต้าแกรม

Protocol Presentation Layer



PROTOCOL PRESENTATION LAYER

        Secure Socket Layer SSL เป็นโพรโตคอลจัดการความปลอดภัยในระบบอินเทอร์เน็ตที่ใช้ในการสื่อสารข้อมูลกันระหว่างไคลเอนต์กับเซิร์ฟเวอร์ ปกติแล้วข้อมูลที่ส่งไปหากันจะไม่มีการเข้ารหัสข้อมูลแต่อย่างใด ทำให้การดักจับข้อมูลเป็นไปได้โดยง่าย แต่ถ้าเป็นระบบที่ใช้ SSL ข้อมูลจากไคลเอนต์ที่จะส่งไปที่เซิร์ฟเวอร์จะถูกเข้ารหัสก่อนที่จะส่งไปที่เซิร์ฟเวอร์ ทำให้ข้อมูลที่รับส่งกันมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น 

   ที่มาของข้อมูล : http://www.vcharkarn.com/varticle/17797

Protocol Sestion Layer

PROTOCOL SESTION LAYER

     PPTP หรือ Point to Point Tunneling Protocols เป็นโปรโตคอลแรกสุดที่ออกมา โดยจะกล่าวถึงมาตรฐานการEncryption และ Authentication  ซึ่งพัฒนาจากบิรษัทต่างๆ โดยมี Microsoft และ 3Com ได้ร่วมอยู่ด้วย ดังนั้นจึงเป็นโปรโตคอลที่เป็น Default ของวินโดว์ที่จะใช้งาน VPN ซึ่งโปรโตคอลนี้ มีพื้นฐานอยู่บน PPP ทำให้โปรแกรมที่ใช้โปรโตคอลนี้ เป็นการเชื่อมต่อในลักษณะคอมพิวเตอร์เครื่องเดียวทำการเชื่อมวีพีเอ็นต่อไปยังระบบเน็ตเวิร์กที่รองรับการใช้งาน PPTP นั้นมีข้อดีคือความสะดวกในการนำมาใช้งาน ที่ไม่ต้องมีการลงทุนทั้งในด้าน software และ hardware มากนัก แต่ในด้านความปลอกภัยนั้น ถือว่ายังด้วยกว่า IPsec

ที่มาของข้อมูล : http://thaicourt.blogspot.com/2011/02/vpn.html


Protocal Transport Laye

โพรโตคอลที่ทำงานใน TRANSPORT LAYER

       โปรโตคอลการนำส่งข้อมูลแบบที่สองเรียกว่า UDP (User Datagram Protocol) เป็นการติดต่อแบบไม่ต่อเนื่อง (connectionless) มีการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลแต่จะไม่มีการแจ้งกลับไปยังผู้ส่ง จึงถือได้ว่าไม่มีการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล อย่างไรก็ตาม วิธีการนี้มีข้อดีในด้านความรวดเร็วในการส่งข้อมูล จึงนิยมใช้ในระบบผู้ให้และผู้ใช้บริการ (client/server system) ซึ่งมีการสื่อสารแบบ ถาม/ตอบ (request/reply) นอกจากนั้นยังใช้ในการส่งข้อมูลประเภทภาพเคลื่อนไหวหรือการส่งเสียง (voice) ทางอินเทอร์เน็ต

UDP : (User Datagram Protocol) 
      เป็นโปรโตคอลที่อยู่ใน Transport Layer เมื่อเทียบกับโมเดล OSI โดยการส่งข้อมูลของ UDP นั้นจะเป็นการส่งครั้งละ 1 ชุดข้อมูล เรียกว่า UDP datagram ซึ่งจะไม่มีความสัมพันธ์กันระหว่างดาต้าแกรมและจะไม่มีกลไกการตรวจสอบความ สำเร็จในการรับส่งข้อมูลกลไกการตรวจสอบโดย checksum ของ UDP นั้นเพื่อเป็นการป้องกันข้อมูลที่อาจจะถูกแก้ไข หรือมีความผิดพลาดระหว่างการส่ง และหากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ปลายทางจะได้รู้ว่ามีข้อผิดพลาดเกิดขึ้น แต่มันจะเป็นการตรวจสอบเพียงฝ่ายเดียวเท่านั้น โดยในข้อกำหนดของ UDP หากพบว่า Checksum Error ก็ให้ผู้รับปลายทางทำการทิ้งข้อมูลนั้น แต่จะไม่มีการแจ้งกลับไปยังผู้ส่งแต่อย่างใด การรับส่งข้อมูลแต่ละครั้งหากเกิดข้อผิดพลาดในระดับ IP เช่น ส่งไม่ถึงหมดเวลา ผู้ส่งจะได้รับ Error Message จากระดับ IP เป็น ICMP Error Message แต่เมื่อข้อมูลส่งถึงปลายทางถูกต้อง แต่เกิดข้อผิดพลาดในส่วนของ UDP เอง จะไม่มีการยืนยัน หรือแจ้งให้ผู้ส่งทราบแต่อย่างใด



TCP : (Transmission Control Protocol)
     อยู่ใน Transport Layer เช่นเดียวกับ UDP ทำหน้าที่จัดการและควบคุมการรับส่งข้อมูล ซึ่งมีความสามารถและรายละเอียดมากกว่า UDP โดยดาต้าแกรมของ TCP จะมีความสัมพันธ์ต่อเนื่องกัน และมีกลไกควบคุมการรับส่งข้อมูลให้มีความถูกต้อง (reliable) และมีการสื่อสารอย่างเป็นกระบวนการ (connection-oriented)